ว่ากันว่าคนเรายามแก่ชราขึ้น ก็มักจะนึกย้อนไปถึงอดีต ในฐานะคนแก่งั่ก ๆ อย่างผม ก็ย่อมจะย้อนกลับไปนึกถึงอดีตตอนนัดบอดครั้งแรกด้วย ครั้งแรกมันเป็นอะไรที่ตื่นเต้น กลัว ระแวง กังวล วิตก โดยเฉพาะคนที่เรื่องมากอย่างผม ก็ยิ่งวิตกจริตเป็นพิเศษตอนนั้นผมอยู่มหา’ลัย ปีไรไม่รู้ รู้แต่ว่าหน้ายังละอ่อน ตอนนั้นก็คนมันไม่เคย ก็กังวลว่าเราจะดีพอมั้ย เค้าจะประทับใจเรามั้ย กังวลสารพัด ขอเล่าอดีตขึ้นไปอีกนิด อารมณ์ตอนนั้นมันเหงามาก ๆ ไม่ต้องพูดยาวนะ ทุกคนคงรู้ว่าช่วงเหงาสุด ๆ มันแค่ไหน ผมก็ขวนขวายหาคนทางเนต แต่คุยทางเอ็ม มันก็ไม่ถูกใจ คุยทางโทรมันก็ไม่ถูกใจ ดูรูปก็ไม่ถูกใจ อะไร ๆ ก็ไม่ถูกใจ อารมณ์ตอนนั้นไม่ได้เรื่องมากแบบตอนนี้นะ แต่ว่ามันกลัวมาก ระแวงมาก มันเลยไม่กล้ากลัว เลยไม่กล้าเจอใครซะที
เข้าเรื่อง ๆ คนที่ผมเคยติดต่อ คุย ๆ หา ๆ มา ผมกลับไม่ได้ลองนัดเจอตัวจริงสักคน แต่ผมดันมานัดกับเด็กคนนึง ซึ่งโพสในเวปบอร์ด ผมเลยแอดเมลมาคุย คุยแปบนึงตัดสินใจไปเจอวันรุ่งขึ้นเลย (ครับ ผมใจง่ายแต่เด็ก ความเหงามันรอไม่ได้ครับ) ผมก็ไม่ได้เห็นรูปเค้านะ อารมณ์ตอนนั้นผมก็ไม่หื่น แต่มันอยากเจอใครสักคน ก็เลยตัดสินใจไปเจอน้องคนนี้ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ควรจะเจอคนอื่นที่เคยคุย ๆ มามากกว่าอีก ถ้าเทียบตามหลักเหตุผลว่าใครควรเจอก่อนเจอหลัง (ยังไงก็ขอบคุณน้องมาก ๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นการนัดบอดให้)
น้องเค้ายังเรียนอยู่ปีหนึ่งปีสอง น่าจะยังเอาะ ๆ ก่อนเจอน้องเค้าบอกว่า หน้าตาเค้าญี่ปุ่นขาว ตัวเล็ก ประมาณเนี่ย ก็ไม่ได้โทรศัพท์คุยด้วยมากมายนะ พอน้องเค้าโทรมา ผมก็รีบตัดบทวาง ๆ คือกะจะนัดเจออย่างเดียว อย่ามาคุย กลัวตื่นเต้น คุยไม่ถูก ก็นัดเจอ ณ ห้างที่คนพลุกพล่านใจกลางเมือง สถานที่คือร้านหนังสือชั้นโรงหนัง (เล่าละเอียดมาก อิอิ) วันนั้นผมก็ไปสายนะสักห้านาที ก็เดินผ่านร้านหนังสือแวบนึง ชะแว้บๆๆ พยายามสอดส่ายสายตา ประเมินเอาจากสัดส่วนที่น้องบอกมา ว่าตัวเล็ก ๆ สูงหนักเท่านี้ ไม่เห็นมีใครเข้าเกณฑ์ ยืนอยู่ตรงนั้นเลย ทำไงดีหว่า ยอมรับว่าปอดแหก กลัวจริง ๆ ขอย้ำอีกที คนมันไม่เคยนัดบอด
เข้าเรื่อง ๆ ต่อ ๆๆ ก็เลยลงไปชั้นไปสงบสติว่าจะไปเจอดีมั้ย ไม่กล้าโทรหา สักพักน้องเค้าโทรมาบอกว่า “พี่อยู่ไหน ผมถึงแล้ว” ก็บอกกำลังขึ้นไป แต่จริง ๆ คือขึ้นจนลงมาและ กลัว ๆๆ น้องเค้าก็โทรมาหลายรอบ แบบไม่กล้าขึ้นไป ผู้คนดูพลุกพล่านจะเริ่มทักกันยังไง จะผิดคนมั้ย น้องจะเป็นผีป่าว ทำไมเรากลัวจัง เลยบอกให้น้องเดินลงมาได้มั้ยครับ แล้วช่วงนั้นผมก็รีบขึ้นไป กะว่าจะเดินสวนกับน้องเค้า (เห็นก่อนได้เปรียบ) ก็มีคนนึงเดินมา เห็นแล้ว ช็อค ผิดหวัง วูบ ๆ ปนกับความบ้าบอตื่นเต้น “คงไม่ใช่น่า” ผมคิดในใจ แล้วน้องเค้าโทรมาอีก พี่ครับผมลงมาตรงชั้นนี้แล้ว เราเลยรีบตามไป สรุปกว่าจะเจอเลยเวลานัดไปชั่วโมงครึ่ง (ขอบคุณน้องที่อดทนกับคนวิตกจริต) แล้วก็ใช่เด็กคนที่เดินสวนแล้วทำเราช็อคจริง ๆ ด้วย
ก็ถามว่าน้องจะกินข้าวมั้ย จะดูหนังมั้ย สรุปว่าน้องเค้าอิ่ม (แต่ ตูนะหิวมาก ๆ ตื่นเต้นจนลืมหิว) หนังก็ไม่ดู (ดีแล้ว เพราะตอนแรกกะจะเข้าโรงให้มันพ้นสายตาคนอื่น จ บๆ กันไป) สรุปเลยไปเดินหาที่นั่งคุยกัน นั่งตรงที่นั่งสาธารณะ ก็นั่งคุย ผมก็เขิน และรู้สึกแปลก ๆ ประดักประเดิด (ยอมรับ ว่าไม่ชอบน้องเค้าแต่แรกเจอ แต่เอาวะมาทำหน้าที่ ต้องทำให้มันจบ แฟร์ ๆ ดี) ก็คุยไปมา สรุปว่าน้องเค้าถามว่า เค้า บลา ๆๆๆ มั้ย ผมก็เออ ดี ว่าไรว่าตามนั้น เวลามันช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน อยากกลับบ้าน (ตูเป็นผู้ใหญ่กว่าแต่กลัวเด็ก แง้ ๆ) น้องเค้าก็ถามว่า “พี่ตื่นเต้นกลัวไรครับ” (รู้ทันเราอีกนะ ตอนนั้นฟอร์มไม่อยู่จริง ๆ) “พี่เป็นแฟนกับผมได้มั้ยครับ” (น้องช่างกล้าหาญมาก) เลยตอบไปว่า “เป็นพี่น้องกันดีกว่านะ” ตามด้วยโกหกว่า “พี่มีแฟนแล้ว” เฮ้อ โล่ง
แล้วก็เดินไปส่งน้องเค้าป้ายรถเมล์ ส่วนน้องเค้ามีท่าทีชวนไปหอ (เค้าอยู่คนเดียว) เราก็พูดกันไว้และเลิกรากลับบ้าน แต่น้องก็โทรมาหาอีก แรก ๆ ก็คุยด้วยความเกรงใจ รู้สึกผิด ก็ปกติเวลาไปรู้จักใคร เราไม่เคยเสียมารยาทก็ต้องตอบสนองกลับสิ แต่โทรมาถี่ ๆ เลยไม่รับมันและ ไอ้เจ้ามือถือเฮงซวย (โทษ ๆ อุปกรณ์ ฮ่า ๆ) ครั้งสุดท้ายที่รับโทรศัพท์ น้องเค้าโทรมาด้วยเสียงกระเส่าว่า “ พี่ครับผมเหงามาก ๆ พี่มาค้างหอผมมั้ยครับ” โต้ตอบกันไปมา บอกว่ามีแฟนแล้ว บอกว่าไม่ว่าง น้องเค้าก็บอกให้มาคุยกันเฉย ๆ มาหาผมที่หอหน่อยนะ ตอนไหนก็ได้
ณ เวลานั้นยังอ่อนต่อโลกมาก ยังมึนตึบได้แต่หนีหายตัดขาดไปจากน้องด้วยความกลัว แต่ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ตอนนี้ จะขอวิจารณ์น้องว่า “น้องช่างกล้า หน้าตาไม่ดี ตัวเล็กแทบลมปลิว ตัวเล็กมาก สาว ๆ แล้วมาบอกไม่สาว มีหน้าชมตัวเองว่าเป็นเด็กขยันอีก บุคลิกก็น่ากลัว หื่นก็ใช่เล่น ใจกล้าก็ใช่น้อย” (ปากจัดก็ยอมรับเหอะ มันความจริงนิ)
ตอนนี้ผมก็(คิดว่า)ตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้วระดับนึง มาคิด ๆ ดูเรื่องเก่า ๆ อยากจะบอกว่า ไม่ใช่น้องหรอกที่ไม่ดี แต่ผมเองที่มันห่วย แล้วยังมีหน้าไปตัดสิน ดูถูกคนอื่น คนเราจะเป็นยังไงก็ช่าง การนัดเจอกัน มันก็เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเอง เราเลือกไปเจอเอง คาดหวังมากเอง จะไปโทษอีกฝ่ายทำไม (แต่บางทีก็ต้องโทษมั่งหละ)
อีกทั้งอุดมคติ มโนธรรมที่เคยคิดไว้ว่า เราไม่มองคนจากหน้าตา เรามองคนจากนิสัย จิตใจ มันก็พังทลายลง (ไม่ใช่พังเพราะน้องนะ พังเพราะประสบการณ์หลายคนที่เจอมา)
ผมเลยค้นพบตัวเองว่า ผมมองคนจากหน้าตา รูปลักษณ์ด้วย ถ้าจะพูดให้มันดูดีก็คือ มันเป็นองค์ประกอบส่วนนึงที่มองข้าม(ยัง) ไม่ได้รวมกับนิสัย ใจคอและจิตใจด้วย เฮ้อ...นิสัยดีอย่างเดียวมันไม่พอจริง ๆ สำหรับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน มันเป็นการยอมรับความจริงกับตัวเอง หรือว่าเราไหลไปตามกระแสแบบที่คนอื่นทำนะ อยากให้มีคนดี ๆ เยอะ ๆ ที่ยึดถืออุดมคติเหมือนอดีตที่ผมก็เคยคิดยังงั้นจัง เฮ้อ...
ณ เวลานั้นยังอ่อนต่อโลกมาก ยังมึนตึบได้แต่หนีหายตัดขาดไปจากน้องด้วยความกลัว แต่ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ตอนนี้ จะขอวิจารณ์น้องว่า “น้องช่างกล้า หน้าตาไม่ดี ตัวเล็กแทบลมปลิว ตัวเล็กมาก สาว ๆ แล้วมาบอกไม่สาว มีหน้าชมตัวเองว่าเป็นเด็กขยันอีก บุคลิกก็น่ากลัว หื่นก็ใช่เล่น ใจกล้าก็ใช่น้อย” (ปากจัดก็ยอมรับเหอะ มันความจริงนิ)
ตอนนี้ผมก็(คิดว่า)ตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้วระดับนึง มาคิด ๆ ดูเรื่องเก่า ๆ อยากจะบอกว่า ไม่ใช่น้องหรอกที่ไม่ดี แต่ผมเองที่มันห่วย แล้วยังมีหน้าไปตัดสิน ดูถูกคนอื่น คนเราจะเป็นยังไงก็ช่าง การนัดเจอกัน มันก็เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเอง เราเลือกไปเจอเอง คาดหวังมากเอง จะไปโทษอีกฝ่ายทำไม (แต่บางทีก็ต้องโทษมั่งหละ)
อีกทั้งอุดมคติ มโนธรรมที่เคยคิดไว้ว่า เราไม่มองคนจากหน้าตา เรามองคนจากนิสัย จิตใจ มันก็พังทลายลง (ไม่ใช่พังเพราะน้องนะ พังเพราะประสบการณ์หลายคนที่เจอมา)
ผมเลยค้นพบตัวเองว่า ผมมองคนจากหน้าตา รูปลักษณ์ด้วย ถ้าจะพูดให้มันดูดีก็คือ มันเป็นองค์ประกอบส่วนนึงที่มองข้าม(ยัง) ไม่ได้รวมกับนิสัย ใจคอและจิตใจด้วย เฮ้อ...นิสัยดีอย่างเดียวมันไม่พอจริง ๆ สำหรับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน มันเป็นการยอมรับความจริงกับตัวเอง หรือว่าเราไหลไปตามกระแสแบบที่คนอื่นทำนะ อยากให้มีคนดี ๆ เยอะ ๆ ที่ยึดถืออุดมคติเหมือนอดีตที่ผมก็เคยคิดยังงั้นจัง เฮ้อ...
No comments:
Post a Comment
Comments are welcome, in English or Thai (I can't read anything else). Anonymous posting is discouraged, unless you'd like to give yourself a name at the bottom of your post, so we can tell who you are.